ค้นหา
  • เสือบิน (Suae Bin)

เลือกใช้ นำ้ส้มสายชู (vinegar) ให้ถูกวิธี...จะได้รับประโยชน์อย่างมากมาย!

อัปเดตเมื่อ 2 วันที่แล้ว

#วัฒนธรรมเสือบิน

คิดว่าหลายๆคน มักตั้งคำถามคล้ายๆกันในขณะที่เดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วมองไปยังชั้นวางน้ำส้มสายชู (vinegar) ที่ขายอยู่มีตั้งหลายแบบมากมายหนะ! แล้วแบบไหนที่ฉันควรเลือกซื้อมาใช้ดีหล่ะ? ง่ายๆเริ่มต้นจากจุดประสงค์การใช้งานของเราก่อน ว่าต้องการเอาไปทำอะไร? หรือมีไอเดียของเมนูอาหารมื้อเย็นนี้เป็นอะไร? แล้วลองดูตามรายละเอียดต่อไปนี้กันได้เลย


1. น้ำส้มสายชูหมักดอกมะพร้าว (coconut flower vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่ผลิตมาจากการหมักน้ำหวานของดอกมะพร้าว เป็นที่นิยมในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือแถบประเทศบ้านเรา เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา เป็นต้น เอาง่ายๆก็ในแถบประเทศที่มีการปลูกมะพร้าวนั่นแหละ แต่ตอนหลังน้ำส้มสายชูหมักชนิดนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกด้วยสรรพคุณต่างๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยทั่วไปมีรสชาติเปรี้ยวปานกลาง กลิ่นหอมหวานจากน้ำหวานดอกมะพร้าวอ่อนๆ ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำน้ำจิ้มสไตล์ไทยๆ เช่น ซอสสุกี้ นำ้จิ้มอาจาด พริกน้ำส้ม ซอสพริก น้ำสลัดโบราณ เพราะยิ่งใช้กับพริกและกระเทียมจะทำให้กลิ่นน้ำจิ้มเข้มข้นเด็ดขึ้นมาทันที นอกจากนั้นด้วยรสชาติที่ไม่เปรี้ยวแหลมปรี๊ด ยังสามารถนำมาดองผัก ผลไม้ หรือผสมน้ำดื่มกับน้ำผึ้งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็อร่อยไปอีกแบบ


2. น้ำส้มสายชูข้าว (rice vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่นิยมกันมากในประเทศแถบเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่นและเกาหลี จึงทำให้เป็นส่วนประกอบหลักในเมนูอาหารของประเทศในแถบนี้ ด้วยที่รสชาติไม่เปรี้ยวมาก หอมกลิ่นข้าวนัวๆ ติดกลิ่นเค็มๆนิดๆ เหมาะสำหรับการทำข้าวปั้นทำซูชิ หรือใส่ในน้ำซุปเพื่อเพิ่มรสชาติ


3. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล (apple cider vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่นิยมกันมากในทวีปอเมริกาเนื่องจากเป็นผลไม้ท้องถิ่นเมืองหนาว รสชาติเข้มข้น กลิ่นฉุนเล็กน้อย สีเหลืองอมน้ำตาลเข้ม ถ้าทำอาหารเหมาะใช้เป็นส่วนผสมซอสราดสเต็กเนื้อ หมูหรือไก่ เพื่อใช้ในการดึงรสชาติและตัดรสเลี่ยนในเนื้อสัตว์ได้ดี หากใครที่มีเมนูอเมริกันสเต๊กอยู่ในใจสำหรับมื้อเย็นนี้แล้ว...ลองดูได้เลย นอกจากนี้น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลยังเป็นที่นิยมในการนำมารับประทานในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ด้วยกลิ่นที่รับประทานค่อนข้างยากใส่น้ำผึ้งลงไปผสมด้วยก็พอจะช่วยได้อยู่บ้าง


4. น้ำส้มสายชูสัปปะรด (pineapple vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่แตกต่างจากชนิดอื่นๆ ตรงที่ว่าถ้ายิ่งเก็บไว้นานกลิ่นจะไม่หอมเท่ากับที่เพิ่งหมักมาใหม่ๆ ในช่วงแรกซักประมาณ 3-4 เดือนหลังหมักจะมีกลิ่นสับปปะรดที่หอมมาก และถ้าหากเก็บไว้เกิน 1 ปีขึ้นไปกลิ่นสับปะรดจะค่อยๆจางหายไป เหมาะสำหรับการใช้หมักเนื้อต่างๆ และในการอบอาหารต่างๆ จะช่วยให้เนื้อมีความนุ่มขึ้นจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีในเอนไซม์ของอาหาร

5. น้ำส้มสายชูบาซามิก (balsamic vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูหมักที่แตกต่างจากชนิดอื่นๆด้วยรสชาติเปรี้ยว อมหวาน จากการหมักด้วยองุ่นหรือไวน์องุ่น มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงเกือบดำ กลิ่นไม่ฉุนมาก เป็นน้ำส้มสายชูประจำท้องถิ่นในทวีปแถบยุโรปจึงมักจะเห็นน้ำส้มสายชูชนิดนี้คู่กับอาหารยุโรป โดยเฉพาะอาหารอิตาเลี่ยนหรืออาหารเมดิเตอร์เรเนียน ที่นิยมรับประทานคู่กับน้ำมันมะกอก โดยเพียงแค่นำน้ำส้มสายชูบาซามิกผสมกับน้ำมันมะกอก (olive oil) ใส่เกลือลงไปหน่อยก็สามารถนำไปทำเป็นน้ำสลัดแคลลอรี่ต่ำได้เลย อีกหนึ่งสูตรเมนูลดความอ้วนสำหรับใครหลายๆคน


6. น้ำส้มสายชูกลั่น (white vinegar/ distilled vinegar)

เป็นน้ำส้มสายชูประเภทพื้นฐานที่มีราคาถูก เห็นใช้กันอยู่ทั่วไป มีลักษณะใส ไม่มีตะกอน กลิ่นเปรี้ยวฉุน ไม่มีรสชาติ และไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลย แนะนำว่าถ้าจะใช้น้ำส้มสายชูชนิดนี้ ใช้ในการทำความสะอาดจะดีกว่า เนื่องจากราคาประหยัด แต่ถ้านำมาปรุงอาหารรสชาติอาจไม่กลมกล่อมเท่าน้ำส้มสายชูหมัก


นอกจากนี้...ยังมีน้ำส้มสายชูอีกประเภทนึงที่ไม่แนะนำให้รับประทานก็คือ น้ำส้มสายชูเทียม (synthetic vinegar) เป็นน้ำส้มสายชูที่สังเคราะห์มาจากกระบวนการกลั่นลำดับส่วนของน้ำมันดิบ มีลักษณะใส ไม่มีตะกอน กลิ่นเปรี้ยวฉุน สามารถนำมาใช้นำความสะอาดภายนอกได้ด้วยราคาที่ถูกแบบสุดๆ

น้ำส้มสายชูหมักแท้ ตรา เสือบิน

Coconut Flower Vinegar : Suaebin Brand

ราคาไม่แพง ลองดูก่อน...แล้วจะติดใจ >> Shopee Lazada JD Central

ดู 409 ครั้ง0 ความคิดเห็น