ค้นหา
  • เสือบิน (Suae Bin)

รู้หรือไม่? น้ำส้มสายชู (vinegar) มีหลายประเภท เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

อัปเดตเมื่อ ก.ย. 19

#วัฒนธรรมเสือบิน

นำ้ส้มสายชู (vinegar) มีตั้งหลายแบบ นำ้ส้มสายชูหมัก (fermented vinegar) นำ้ส้มสายชูกลั่น (white vinegar) นำ้ส้มสายชูเทียม (synthetic) เอ๊า!! แล้ว...ต่างกันอย่างไร แล้วนำ้ส้มสายชูที่เราใช้กันอยู่ที่บ้านเป็นแบบไหน มีประโยชน์หรือกำลังทำร้ายร่างกายเราอยู่นะ จะรู้ได้อย่างไร? มาดูความแตกต่างของแต่ละประเภทกันเลยดีกว่า ครั้งหน้าตอนไปซื้อของเข้าบ้านได้หยิบกันได้ถูก


โดยส่วนใหญ่ น้ำส้มสายชูในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน


1. นำ้ส้มสายชูหมัก (fermented vinegar) : เป็นนำ้ส้มสายชูชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนี้เลยก็ว่าได้โดยมีประวัติมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (BC) คนในยุคนั้นนิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไวน์ที่หมักจากธัญพืชและผลไม้ในท้องถิ่นเช่น องุ่น เพราะมีความเชื่อว่าสะอาดกว่านำ้ดื่มธรรมชาติในบางแหล่ง โดยเฉพาะยิ่งช่วงที่มีโรคระบาดทำให้แหล่งนำ้สะอาดหาได้ยากขึ้นไปอีก นอกจากทำดื่มกันเองในท้องถิ่นแล้ว ยังมีการขนส่งเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าข้ามไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งบางที่มีระยะไกลและใช้เวลาขนส่งนานบวกกับเทคโนโลยีสมัยก่อนที่ยังมีไม่มาก คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้เรื่องการรักษาสภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ให้แปรรูป พอกว่าจะขนส่งไปถึงอีกที่นึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็กลายเป็นนำ้ส้มสายชูไปซะแล้ว! จึงเป็นที่มาของคำว่า "Vinegar" หรือที่เรียกว่า "ไวน์เปรี้ยว" นำ้ส้มสายชูหมักเกิดจากการนำธัญพืชหรือผลไม้ ที่มีแป้งและนำ้ตาลมาหมักด้วยยีสต์ในธรรมชาติให้เป็นแอลกกอฮอล์ก่อน จากนั้นจุลินทรีย์สร้างนำ้ส้มสายชูในธรรมชาติจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นกรดนำ้ส้มอินทรีย์ที่มีรสเปรี้ยวแต่ยังคงมีรสหวานเล็กน้อยจากนำ้ตาลที่คงเหลืออยู่ ทำให้นำ้ส้มสายชูหมักจะมีรสชาติไม่เปรี้ยวปรี๊ดปร๊าด โดยรสจะกลมกล่อมและมีสารอาหารที่ค่อนข้างสมบูรณ์กว่านำ้ส้มสายชูประเภทอื่นๆ รวมถึงระยะเวลาและวิธีในการหมักที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ได้น้ำส้มสายชูหมักที่มีความหลากหลาย เช่น คนยุโรปจะนิยมใช้ทำนำ้ส้มสายชูหมักจากไวน์องุ่น (balsamic vinegar) ที่ใช้ถังไม้โอ๊คเป็นภาชนะหมักหรือเป็นกระบวนการที่ทำต่อจากการผลิตไวน์นั่นเอง คนเอเชียจะนิยมใช้นำ้ส้มสายชูหมักมะพร้าว ข้าว สับปะรด เพราะเป็นผลผลิตทางการเกษตรประจำถิ่นของแถบบ้านเรา โดยส่วนใหญ่ในสมัยโบราณจะนิยมหมักด้วยไหดินเผาหรือถังไม้สนตามแต่ละพื้นที่ๆผลิต คนอเมริกาจะนิยมใช้น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล (apple cider vinegar) เพราะปลูกแอปเปิ้ลเป็นหลักในเขตเมืองหนาว และคนแขกเปอร์เชียจะนิยมใช้น้ำส้มสายชูหมักจากผลอินทผาลัม (date vinegar) ที่หาได้จากพื้นที่เพาะปลูกในทะเลทรายนั่นเอง ความหลากหลายนี้ทำให้รสชาติของนำ้ส้มสายชูหมักจากแต่ละแหล่งที่มาจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามประเภทของธัญพืชหรือผลไม้ที่ใช้ในการผลิต ในปัจจุบันนำ้ส้มสายชูหมักกลายเป็นที่นิยมสำหรับการรับประทานเพื่อสุขภาพด้วยคุณประโยชน์ต่างๆที่มีมากมาย จากผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยกรดอินทรีย์ธรรมชาติในนำ้ส้มสายชูหมักมีประโยชน์ต่อการปรับสมดุลค่าความเป็นกรดด่างหรือค่า PH ในร่างกาย รวมถึงจุลินทรีย์ธรรมชาติในนำ้ส้มสายชูหมักที่ยังมีชีวิตอยู่หรือที่เรียกว่า "ตะกอนนำ้ส้มสายชูหมัก" ได้จากกระบวนการหมักตามธรรมชาติ มีส่วนช่วยในการทำงานของลำไส้ให้ขับถ่าย กำจัดของเสียและสารพิษหรือที่เรียกว่าดีท๊อกซ์ (Detox) ให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวมของร่างกายให้แข็งแรง เนื่องจากที่ลำส้ของเรานั้นเป็นจุดรวมเซลล์ที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันกว่าร้อยละ 80 เลยก็ว่าได้


2. นำ้ส้มสายชูกลั่น (white vinegar หรือ distilled vinegar) : จากยุคโบราณที่โลกถูกพัฒนาเข้ามาสู่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม การผลิตระดับพื้นบ้านถูกปรับมาสู่การทดแทนด้วยเครื่องจักรกลด้วยการประดิษฐ์เทคโนโลยีระบบการกลั่นนำ้ส้มสายชูเพื่อลดต้นทุนการผลิตในระดับมหภาคและย่นระยะเวลาในการผลิตให้สั้นขึ้น เพื่อรองรับการเติบโดของจำนวนประชากรโลกที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นำ้ส้มสายชูกลั่นจึงเกิดจากการนำเอทิลแอลกอฮอล์ 100% มีลักษณะใสเหมือนเหล้ากลั่น ที่ได้จากการผลิตนำ้ตาลกลูโคสมาแปรสภาพเป็นกรดนำ้ส้มสายชูผ่านเครื่องกลั่น จึงทำให้นำ้ส้มสายชูกลั่นมีลักษณะที่ ใส สวยงาม ดูสะอาดน่าใช้ มีรสเปรี้ยวอย่างเดียว กลิ่นค่อนข้างฉุนแตะจมูก แต่จะไม่มีสารอาหารใดๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลงเหลืออยู่เลย มีราคาประหยัดค่อนข้างถูก จึงเป็นที่นิยมของร้านค้า ร้านอาหารโดยส่วนใหญ่


3. นำ้ส้มสายชูเทียม (synthetic vinegar) : เป็นนำ้ส้มส้ายชูที่มีราคาถูกลงมากอีก! และถูกที่สุด จากผลผลิตของกระบวนการกลั่นลำดับส่วนของน้ำมันดิบในปิโตรเคมี ทำให้ได้กรดน้ำส้มหรือกรดอะซิติกแอซิต (Acetic Acid) เข้มข้น 100% หรือที่เรียกว่า Glacial Acetic Acid ซึ่งมีสูตรทางเคมีเหมือนกับน้ำส้มสายชู 2 ประเภทแรก เมื่อนำมาเจือจางเป็นนำ้ส้มสายชู 5% ก็จะทำให้ได้ปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัว โดยการเจือจางกับน้ำสะอาดเป็นน้ำส้มสายชูเทียมนั่นเอง มีลักษณะใส กลิ่นฉุน รสเปรี้ยวแหลม และยังคงไม่สารอาหารใดๆ สามารถแยกความแตกต่างด้วยลักษณะภายนอกกับน้ำส้มสายชูกลั่นได้ยาก ต้องอ่านที่ฉลากอย่างเดียวว่าเป็นนำ้ส้มสายชูประเภทใด อย่างว่านำ้ส้มสายชูเทียมมีราคาถูกที่สุดทำให้เป็นที่นิยมอย่างสุดๆ ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารและร้านอาหารทั่วไปโดยเฉพาะในพริกน้ำส้มตามร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราไม่สามารถแยกออกได้เลยว่าเป็นนำ้ส้มสายชูกลั่นหรือนำ้ส้มสายชูเทียม ก็ได้แต่พยายามหลีกเลี่ยงและทำรับประทานเองที่บ้านจะปลอดภัยกว่า


เสือบินหวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้แก่ใครหลายๆคน ในการเลือกซื้อนำ้ส้มสายชูและถ้าใครยังคงสงสัยว่านำ้ส้มสายชูแต่ละประเภทนำไปใช้งานอย่างไรได้บ้าง ลองอ่านต่อที่บทความของ "เลือกใช้นำ้ส้มสายชูให้ถูกวิธี ได้ประโยชน์มากมาย" กันได้เลย


น้ำส้มสายชูหมักแท้ ตรา เสือบิน "สะอาด ปลอดภัย ดีต่อใจ กินกับอะไรก็อร่อย" ใช้แล้วสบายใจ ผลิตจากดอกมะพร้าวแท้ 100% หมักธรรมชาตินาน 4 เดือน ต้นตำรับกว่า 80 ปี

น้ำส้มสายชูหมักแท้ ตรา เสือบิน

Coconut Flower Vinegar : Suaebin Brand

ราคาไม่แพง ลองดูก่อน...แล้วจะติดใจ >> Shopee Lazada JD Central












ดู 3,596 ครั้ง0 ความคิดเห็น